WhatsApp กำลังพัฒนาฟีเจอร์เพื่อส่งวิดีโอความละเอียดสูง

WhatsApp กำลังพัฒนาฟีเจอร์เพื่อส่งวิดีโอความละเอียดสูง

                แอพพลิเคชั่นอย่าง WhatsApp กำลังจะพยายามพัฒนาฟีเจอร์การส่งวิดีโอให้แก่ผู้ใช้กันแล้ว หลังจากที่ปกติการส่งไฟล์วิดีโอภายในแพลทฟอร์มนี้จะต้องใช้วิธีการส่งในรูปแบบของไฟล์Document รวมถึงจะทำให้ขนาดของวิดีโอที่ผู้ใช้ต้องการถูกบีบลงจนไม่เหลือคุณภาพเลยทีเดียว จนกระทั่งในเว็บไซต์ที่ชื่อว่าWABetaInfoจะออกมาเปิดเผยข่าวดีว่า บริษัทกำลังจะพัฒนาแอพนี้ในระบบปฏิบัติการณ์แอนดอรอยด์เพื่อที่จะเพิ่มคุณภาพให้แก่วิดีโอที่ผู้ใช้ต้องการจะส่งและยังจะเป็นไฟล์ความละเอียดสูงแล้วในการอัพเดทครั้งนี้ที่หลายคนรอคอยมาเป็นเวลานาน

WhatsApp

ฟีเจอร์ใหม่ของ WhatsApp ที่สามารถเลือกวิดีโอที่มีคุณภาพสูงและไม่ถูกบีบอันแน่นอน

                สำหรับตัวเลือกของฟีเจอร์ใหม่ในWhatsApp นี้ ผู้ส่งไฟล์จะสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกคุณภาพของวิดีโอเป็นแบบใด ทั้ง Autoที่จะปรับขนาดของไฟล์วิดีโอแบบอัตโนมัติให้เข้ากับการใช้สัญญาณ Wi-Fi หรือสัญญาณโทรศัพท์ที่จะไม่เปลืองค่าอินเตอร์เน็ทจนเกินไป ส่วนBest Quality ก็จะเป็นวิดีโอที่มีคุณภาพสูงและยังเป็นการส่งโดยตรงไม่ถูกบีบอัดแต่อย่างใด แล้วยังสามารถเลือกได้ผ่านแกลลอรี่ของโทรศัพท์ได้เลยทันทีไม่จำเป็นจะต้องเลือกในรูปแบบของไฟล์ที่ไม่มีภาพตัวอย่าง รวมถึงอาจสร้างความสับสนไปได้นั่นเอง

WhatsApp กำลังพัฒนาฟีเจอร์เพื่อส่งวิดีโอ

                ด้านฟีเจอร์อย่างData SaverในWhatsAppก็จะเป็นการส่งไฟล์วิดีโอที่จำกัดคุณภาพของไฟล์และไม่จำเป็นต้องกังวลถึงสัญญาณอินเตอร์ที่อาจมีปริมาณที่จำกัดของผู้ใช้เหล่านั้น ซึ่งผู้ใช้สามารถไปทดลองสัมผัสกับฟีเจอร์ใหม่ในตัวเบต้าชุด 2.21.14.16 นอกจากนี้ผู้ใช้ยังจะส่งรูปภาพปกติที่มีคุณภาพมากขึ้นอีกด้วย โดยทางบริษัทได้ชี้แจงไว้เช่นกันว่า ไฟล์ที่มีคุณภาพสูงมากขึ้นหลังจากการอัพเดทครั้งนี้จะต้องใช้เวลาส่งที่นานขึ้นกว่าปกติและเข้าไปตั้งค่าได้ในMedia upload quality ผ่าน Storage and Data หากต้องการให้ไฟล์ที่ต้องการใช้งานมีคุณภาพที่ดีมากขึ้นรวทั้งการเล่น sagame66

WhatsApp ที่สามารถเลือกวิดีโอที่มีคุณภาพสูง

                ข่าวสารเทคโนโลยี สำหรับWhatsAppที่เป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมของการสื่อสาร เดิมทีแล้วไม่ได้มีจุดเด่นในเรื่องของการส่งไฟล์ใด ๆ เลย จนกระทั่งการอัพเดทใหม่ครั้งนี้ก็น่าจะทำให้ผู้ใช้ชื่นชมไม่น้อย โดยคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ แอนดรอยด์ ก็น่าจะได้รับฟีเจอร์นี้ไปก่อน ส่วนทางด้านผู้ใช้ iOS ก็อาจจะต้องรอเวอร์ชั่นที่เสถียรแบบตัวเต็มมากกว่าจะเป็นตัวเบต้าที่อีกฝ่ายได้ใช้นั่นเอง