เปิดตัว LG gram +view มอนิเตอร์พกพาจอภาพ IPS 16 นิ้ว น้ำหนักเบาเพียง 670 กรัม

เปิดตัว LG gram +view มอนิเตอร์พกพาจอภาพ IPS 16 นิ้ว น้ำหนักเบาเพียง 670 กรัม

            LG gram +view มอนิเตอร์พกพาที่มาพร้อมจุดเด่นความบางเบาด้วยน้ำหนักรวมไม่ถึง 1 กิโลกรัม ใช้งานง่ายด้วยการเชื่อมต่อผ่านสาย UBS Type-C เพียงเส้นเดียวพร้อมทั้งสามารถดึงไฟจากตัวโน้ตบุ๊กที่เชื่อมต่อได้โดยตรง แสดงผลผ่านหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 2560 x 1600 พิกเซลที่ทางLG เคลมว่าให้ภาพคมชัดกว่าหน้าจอFHD ทั่วไปถึง 2 เท่าพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานหน้าจอมอนิเตอร์ที่หลากหลาย ข่าวเทคโนโลยี ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมผ่านโปรแกรมOnScreen Control ที่ติดตั้งมากับตัวมอนิเตอร์นั่นเอง

LG gram +view

LG gram +view มาพร้อมหน้าจอเคลือบสารลดแสงสะท้อน Anti-Glare

            สำหรับLG gram +viewมาพร้อมดีไซน์สุดเรียบง่ายสไตล์ minimal โดยตัวมอนิเตอร์มีเพียงพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C จำนวน 2 ช่องทางด้านซ้ายและขวาและปุ่มเพิ่ม-ลดระดับความสว่างทางด้านขวาเพียงเท่านั้นทำให้พื้นที่มอนิเตอร์ส่วนใหญ่เป็นหน้าจอแสดงผลแบบIPS LCD ขนาด 16 นิ้ว ความคมชัดระดับWQXGA (2560 x 1600 พิกเซล) ที่ทางLG เคลมว่าให้ภาพคมชัดกว่าหน้าจอFHD ทั่วไปถึง 2 เท่ารองรับรีเฟรชเรท 60Hz และมีขอบเขตสี 99% ของ DCI-P3 ยิ่งไปกว่านั้นตัวหน้าจอยังเคลือบสารลดแสดงสะท้อนAnti-Glare เพื่อเพิ่มความคมชัดในการทำงานด้วยตัวมอนิเตอร์สามารถใช้งานร่วมกับขาตั้งปรับระดับได้สองระดับ ได้แก่ 105 องศาและ 120 องศา เทคโนโลยีสุดล้ำ LG Homechat ใช้แอพพลิเคชั่น Line คุยกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

LG gram +view มอนิเตอร์พกพา

            ในส่วนของการเชื่อมต่อLG gram +viewสามารถเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กผ่านUSB Type-C เพียงพอร์ตเดียว โดยเลือกเชื่อมต่อได้ทั้งพอร์ตด้านซ้ายและด้านขวา เมื่อเชื่อมต่อแล้วตัวมอนิเจอร์จะดึงไฟจากโน้ตบุ๊กมาใช้โดยตรงเลย ทำให้มอนิเตอร์ไม่ต้องมีแบตเตอรี่ในตัวช่วยให้น้ำหนักเบาเพียง 670กรัมบวกกับเคสขาตั้ง 320 กรัมเท่านั้นในส่วนของการตั้งค่าต่าง ๆ สามารถทำได้ผ่านฟีเจอร์OnScreen Control เช่น การปรับใช้งานมอนิเตอร์ในแนวตั้ง, การปรับหน้าจอให้หมุนตามทิศทางอัตโนมัติ เป็นต้น

LG gram +view- น้ำหนักเบาเพียง 670 กรัม

            สำหรับLG gram +viewจะวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก สนนราคาอยู่ที่ 349.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 11,xxx บาท (ไม่รวมภาษี) ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางขายในบ้านเราด้วยหรือไม่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป